หน้าแรก ย้อนกลับ ขึ้นบน ติดต่อเรา
X
ชื่อแบนเนอร์
X
ชื่อแบนเนอร์
X
ชื่อแบนเนอร์
X
ชื่อแบนเนอร์
Chatbox
0
0

วิเคราะห์บอล [ กระชับมิตรทีมชาติ 2026 ] ทีมชาติไทย VS คูเวต

โพสต์โดย : Admin | 2026-06-05 15:08:53 | เข้าชม 128 ครั้ง
ทีมชาติไทย
VS
2026-06-05
เวลา 19:30:00
คูเวต

"ทัพช้างศึก" ฟอร์มฮอตพร้อมรบเปิดวิก BG หวังทลายพายุ "บลูเวฟส์" ลบสถิติข่มในอดีตลงให้ได้


กระชับมิตรทีมชาติ | ทีมชาติไทย VS คูเวต | วันศุกร์ที่ 05 มิถุนายน 2026


พรีวิว

ทีมชาติไทย เตรียมเปิดรังเหย้าสนาม บีจี สเตเดียม ต้อนรับการมาเยือนของ คูเวต เพื่อนร่วมทวีปเอเชียในศึกฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติช่วงค่ำคืนวันศุกร์นี้ ซึ่งถือเป็นการโคจรมาเผชิญหน้ากันเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปีเต็มของทั้งสองทีม โดยหากย้อนดูสถิติปูมหลังที่ผ่านมาเป็นทางฝั่งผู้มาเยือนที่ข่มมิดด้ามด้วยการคว้าชัยชนะไปได้ถึง 6 จาก 8 นัดที่เคยพบกัน ขณะที่พลพรรคเจ้าถิ่นสามารถเก็บชัยชนะได้เพียงแค่หนเดียวเท่านั้น ส่วนผลเสมอเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในการเจอกันหนล่าสุดที่เสมอกันไป 1-1 เมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2014


แมตซ์ พรีวิว

ทีมชาติไทย

พลพรรคทัพ ช้างศึก ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นขยับอันดับโลกฟีฟ่าพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันรั้งอันดับ 93 ของโลก และทีมยังคงรักษาโมเมนตัมอันยอดเยี่ยมเอาไว้ได้แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหัวเรือใหญ่ก็ตาม โดย แอนโทนี่ ฮัดสัน กุนซือคนใหม่ที่เข้ามารับไม้ต่อจาก มาซาทาดะ อิชิอิ หลังได้รับการแต่งตั้งเมื่อเดือนตุลาคมปี 2025 พาทีมเก็บชัยชนะมาได้เรียบวุธทั้ง 3 นัดที่ลงสนามคุมทัพ พร้อมช่วยยืดสถิติชนะรวดของทีมออกไปเป็น 5 นัดติดต่อกันแล้ว นับตั้งแต่พลาดท่าปราชัยให้แก่ อิรัก ในศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ นัดชิงชนะเลิศเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ซึ่งสถิติอันร้อนแรงระดับจุดพลุฉลองนี้เกิดขึ้นจากความเฉียบคมเด็ดขาดในเกมรุกแดนบนที่ระเบิดฟอร์มถล่มประตูคู่แข่งไปถึง 17 ลูกตลอดเกมชนะรวด 5 นัดดังกล่าว ยิ่งไปกว่านั้นหากนับสถิติ 9 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ พลพรรค ทัพช้างศึก ชนะถึง 7 นัดและปราชัยไปเพียงแค่ 2 เกมเท่านั้น ซึ่งทั้งสองนัดที่แพ้เกิดขึ้นในเกมที่แนวรุกฝืดเจาะสกอร์คู่แข่งไม่ได้เกินหนึ่งลูก ทั้งนี้ ลูกทีมของฮัดสันลงสนามนัดล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยสามารถเบียดเอาชนะ ทูร์กเมนิสถาน คีย์แมนสำคัญ 2-1 ส่งผลให้ทีมคว้าแชมป์กลุ่ม ดี ในศึก เอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือกรอบสาม พร้อมตีตั๋วผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายระดับทวีปเป็นครั้งที่เก้าในประวัติศาสตร์ ด้วยเหตุนี้ เกมกระชับมิตรวันศุกร์นี้ควบคู่ไปกับเกมที่จะดวลกับ จีน ในวันอังคารหน้า จะกลายเป็นโปรแกรมทดลองทีมที่เหมาะสมที่สุดในการเตรียมความพร้อมก่อนลุยศึก อาเซียน แชมเปียนชิพ ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งทัพช้างศึกตั้งเป้าหมายที่จะป้องกันแชมป์ภูมิภาคพร้อมยืดสถิติคว้าแชมป์เป็นสมัยที่แปดให้ได้

คูเวต

ทางฝั่งทีมเยือนหลังจากจบโปรแกรมดวลแข้งกับไทยในวันศุกร์นี้ พวกเขามีคิวที่จะต้องลงสนามอุ่นเครื่องพบกับ โอมาน ในสัปดาห์หน้า ซึ่งเกมกระชับมิตรทั้งสองนัดจะถูกใช้เป็นเครื่องมือเตรียมทีมสำหรับศึก อาหรับ กัล์ฟ คัพ ในเดือนกันยายนนี้ ภายหลังจากที่ทัพ บลูเวฟส์ ต้องเผชิญหน้ากับความบอบช้ำชวดตั๋วไปลุยฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายจากการจบอันดับบ๊วยสุดท้ายของกลุ่ม บี ในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบสาม โดยหัวหน้าผู้ฝึกสอนอย่าง เฮลิโอ ซูซ่า ที่ถูกดึงตัวเข้ามาคุมทัพเพื่อกู้สถานการณ์วิกฤต สามารถพาทีมเก็บชัยชนะได้เพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้นจากการลงสนาม 9 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ (เสมอ 3 แพ้ 4) นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม สถิติดังกล่าวก็ถือว่าเท่ากับจำนวนชัยชนะที่ทีมเคยทำได้จากการลงสนาม 24 นัดก่อนหน้านั้นที่กุนซือชาวโปรตุกีสจะเดินทางมาถึง ยิ่งไปกว่านั้นทีมเยือนแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในเกมรุกที่เด่นชัดขึ้นภายใต้การคุมทีมของซูซ่า โดยสามารถพังประตูคู่แข่งได้ต่อเนื่อง 6 นัดติดต่อกันรวด ยิงรวมไปได้ถึง 11 ประตู ทว่าในทางกลับกัน คูเวตกลับมีรอยรั่วขนาดใหญ่ในเกมรับหลังโดนเจาะตาข่ายไปถึง 12 ลูก และเสียประตูอย่างน้อยสองเม็ดถึง 4 เกมจากสถิติดังกล่าว ซึ่งรวมถึงเกมนัดล่าสุดที่พ่ายแพ้ให้กับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 3-1 ในศึก ฟีฟ่า อาหรับ คัพ เมื่อเดือนธันวาคม จบอันดับบ๊วยของกลุ่มโดยสะกดคำว่าชนะไม่เป็นเลยในรอบแบ่งกลุ่มทัวร์นาเมนต์ฤดูหนาว ทว่าพวกเขายังคงมองโลกในแง่ดีว่าจะสามารถยุติสถิติไร้ชัย 3 นัดซ้อนลงได้ยามเจอกับคู่แข่งที่พวกเขาเคยข่มมาตลอดในประวัติศาสตร์ และผลการแข่งขันเชิงบวกจะช่วยให้อันดับโลกฟีฟ่าของพวกเขาขยับตัวดีขึ้นจากอันดับ 134 ในปัจจุบัน


ฟอร์มล่าสุด

ทีมชาติไทย (กระชับมิตรทีมชาติ) : ชนะ เสมอ เสมอ ชนะ ชนะ ชนะ

ทีมชาติไทย (ทุกรายการ) : แพ้ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ

คูเวต (กระชับมิตรทีมชาติ) : แพ้ เสมอ แพ้ แพ้ ชนะ เสมอ

คูเวต (ทุกรายการ) : ชนะ เสมอ ชนะ เสมอ แพ้ แพ้


สภาพความพร้อมของทีม

ทีมชาติไทย

นายใหญ่ แอนโทนี่ ฮัดสัน ทำการประกาศรายชื่อผู้เล่น 23 คนสำหรับโปรแกรมโปรแกรมอุ่นเครื่องสองนัดที่จะพบกับคูเวตและจีน โดยเลือกผสมผสานระหว่างผู้เล่นดาวรุ่งสายเลือดใหม่และกลุ่มผู้เล่นเก๋าประสบการณ์อย่างลงตัว พร้อมเปิดโอกาสเรียกตัว พีรวัฒน์ อรรคธรรม, วาริส ชูทอง, เอราวัณ การ์นิเยร์ และ ธีรภัทร พรูตอง เข้ามาติดทัพโดยทั้งหมดมีลุ้นที่จะได้รับโอกาสลงสนามประเดิมนัดแรกในนามทีมชาติชุดใหญ่ ทว่าข่าวใหญ่ไฮไลท์สำคัญที่สุดของเจ้าถิ่นคือการตัดสินใจเรียกตัวกองหน้าจอมเก๋าอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา กลับมาคืนสู่ทำเนียบทีมชาติอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานถึงสองปีเต็ม โดยดาวยิงรายนี้กระหายที่จะลงสนามเพื่อบวกสกอร์เพิ่มจากการลงเล่นไปแล้ว 128 นัด และต้องการลงสนามอีกเพียงแค่ 6 เกมเท่านั้นเพื่อทำสถิติทาบรัศมีตำนานดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลอย่าง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่ทำไว้ 134 นัด

คูเวต

ผู้จัดการทีม เฮลิโอ ซูซ่า ได้ทำการคัดเลือกผู้เล่น 26 คนเดินทางมาอุ่นเครื่องรอบนี้ โดยเน้นและเปิดโอกาสให้สายเลือดใหม่จากสโมสรในประเทศตบเท้าเข้ามาติดทีมหลายราย ประกอบไปด้วย อับดุลลาห์ อัล-อาวาธี, อับดุลลาห์ อัล-กูร์ซาย, ยูสเซฟ อัล-ฮาคอน, อาลี ฮัสซัน และ บันดาร์ อัล-บาราซี นอกเหนือจากนั้นทีมยังได้กลุ่มผู้เล่นหน้าเดิมที่เคยหลุดโผไปกลับมาคุมทีมช่วยประคองตัวอีกครั้งคือกองทัพอย่าง อับดุลราห์มัน อัล-ฟาดลี, มาห์ดิ ดาชติ, จาเซม อัล-มาตาร์, มุนตาซีร์ อับดุล สลาม, ฟาวาซ อัล-มูไบเลช และ โมฮัมเหม็ด คาเลด แต่อย่างไรก็ตาม ทีมชาติชุดนี้กลับไร้ชื่อกลุ่มผู้เล่นขาประจำคีย์แมนหลักจากศึกอาหรับคัพยกชุด นำโดย สุไลมาน อับดุลกาฟูร์, อาเหม็ด อัล-ดาฟิรี, สุลต่าน อัล-เอนซี, ฟาวาซ อายยาด, ฮัสซัน ฮัมดัน, อัดบี ชิฮับ, โมฮัมเหม็ด อัล-ชาริฟี และ มูอัต อัล-โอไซมี ซึ่งทั้งหมดไม่มีชื่อเดินทางมาร่วมสมทบทีมรอบนี้


คาดการณ์ผู้เล่น

ทีมชาติไทย : ปฏิวัติ คำไหม; นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, ณัฐพงษ์ สายริยา, มานูเอล ทอม เบียรห์, ศุภนันท์ บุรีรัตน์ ; สารัช อยู่เย็น, วีระเทพ ป้อมพันธุ์; เสกสรรค์ ราตรี, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, สุรชาติ สารีพิมพ์ ; ธีรศักดิ์ เผยพิมาย

คูเวต : เค อัล-ราชิดี; อัล-โดซารี, อัล-ฮาเจรี, อัล-ดาฟิรี, อัล-บาราซี; ฮานี, มาเจด, ฟาเลห์; อัล-ราชิดี, นาสเซอร์, ดาฮาม


วิเคราะห์คาดการณ์

ทีมชาติไทย ภายใต้การกุมบังเหียนของกุนซือ แอนโทนี่ ฮัดสัน กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มอันร้อนแรงและมั่นใจสุดขีดหลังทำสถิติคว้าชัยชนะมา 5 นัดติดต่อกันในทุกรายการ ล่าสุดเพิ่งตีตั๋วไปลุยศึก เอเชียนคัพ 2027 ด้วยการชนะ ทูร์กเมนิสถาน 2-1 จุดเด่นของทีมในเวลานี้คือระเบียบวินัยเกมรุกที่ดุดันเฉียบคมกระหน่ำไปถึง 17 ประตูจาก 5 นัดหลังสุด แม้เกมนี้กุนซือใหญ่จะเลือกผสมผสานดาวรุ่งหน้าใหม่อย่าง เอราวัณ การ์นิเยร์ และ วาริส ชูทอง ลงไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ รวมถึงได้ดาวยิงจอมเก๋าอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา กลับมาสแตนด์บายช่วยทีม แต่โครงสร้างระบบทีมเวิร์กนำทัพโดย สารัช อยู่เย็น และ บดินทร์ ผาลา ยังคงแน่นปึกปักหลักคุมพื้นที่ ยิ่งการได้เล่นในรังเหย้า บีจี สเตเดียม ทัพ ช้างศึก ย่อมหวังใช้ความหลากหลายบดชนะเพื่อเตรียมทีมลุยศึกอาเซียน แชมเปียนชิพ ทางด้าน คูเวต ของกุนซือ เฮลิโอ ซูซ่า ฟอร์มโดยรวมช่วงหลังค่อนข้างแกว่งไม่ชนะใครมา 3 นัดติดต่อกัน ล่าสุดจบอันดับบ๊วยศึกอาหรับคัพจากการแพ้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 3-1 ปัญหาใหญ่ของทัพ บลูเวฟส์ คือเกมรับที่หละหลวมเสียประตูง่ายโดนเจาะไปถึง 12 ลูกจาก 6 นัดหลังสุด แถมเกมนี้กุนซือชาวโปรตุกีสตัดสินใจดร็อปสตาร์แกนหลักขาประจำจากศึกอาหรับคัพยกชุดอย่าง สุไลมาน อับดุลกาฟูร์ และ อาเหม็ด อัล-ดาฟิรี เพื่อเปิดทางให้กลุ่มสายเลือดใหม่ดาวรุ่งอย่าง บันดาร์ อัล-บาราซี และกลุ่มที่เพิ่งคัมแบ็กอย่าง มาห์ดิ ดาชติ ลงสนาม แม้ว่าสถิติทางประวัติศาสตร์และปูมหลังคูเวตจะเหนือกว่าชัดเจนจากการชนะ 6 จาก 8 ครั้งที่พบกัน แต่ด้วยสภาพทีมในปัจจุบันที่ขาดเสาหลักคุมเกมประกอบกับระเบียบวินัยเกมรับที่เปราะบาง สวนทางกับเจ้าถิ่นที่กำลังคึกคักดุดันและอันดับโลกฟีฟ่าเหนือกว่าถึง 41 อันดับ คาดว่าทีมชาติไทยจะอาศัยความเข้าขาในการต่อบอลเจาะทะลวงแนวรับทีมเยือนที่กำลังปรับระบบใหม่ ก่อนจะบดคว้าชัยชนะล้างอาถรรพ์สถิติในอดีตไปได้สำเร็จ
 

คาดการณ์สกอร์ : ทีมชาติไทย 2-1 คูเวต
 

ข้อมูลที่น่าสนใจ

ทีมชนะ: ทีมชาติไทย - เจ้าบ้านมีโมเมนตัมที่ร้อนแรงกว่าชัดเจนจากการชนะรวดมา 5 นัดติดต่อกันในทุกรายการ ยิ่งทีมเยือนอย่าง คูเวต ฟอร์มช่วงหลังหลุดลุ่ยไม่ชนะใครมา 3 เกมซ้อน แถมเกมนัดนี้ตัดสินใจตัดชื่อสตาร์แกนหลักขาประจำออกไปบานเบอะ คุณภาพทีมเวิร์กในบ้านของทัพ ช้างศึก จะช่วยให้เบียดชนะได้ตามสกอร์คาดการณ์

สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง - สถิติระบุชัดเจนว่าเกมรุกของเจ้าถิ่นเฉียบคมยิงสลุตไปถึง 17 ประตูจาก 5 นัดหลังสุด ขณะที่ทีมเยือนภายใต้การนำทัพของซูซ่าแม้เกมรับจะหละหลวมเสียประตูง่ายเสียไปถึง 12 ลูก แต่แนวรุกก็ยิงประตูได้ต่อเนื่อง 6 นัดติดต่อกัน คาดว่าเกมอุ่นเครื่องนัดนี้จะเปิดหน้าแลกกันสนุกจนสกอร์รวมพุ่งเกินเรต

Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ - ทัพ บลูเวฟส์ แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในแดนบนที่คมขึ้นพังประตูคู่แข่งมาได้ 6 นัดติดต่อกันรวดรวมถึงการยิงใส่ทีมแกร่งในอาหรับคัพ ขณะที่ขุนพลทีมชาติไทยแม้จะได้เปรียบในบ้านแต่เกมนี้มีการทดลองระบบและส่งผู้เล่นหน้าใหม่ดาวรุ่งลงสนามหลายตำแหน่งในแนวรับ คาดว่าน่าจะมีประตูเกิดขึ้นจากทั้งสองฝั่ง

ทีมได้ประตูแรก : ทีมชาติไทย - ด้วยความได้เปรียบจากการลงเล่นในรังเหย้าสนาม บีจี สเตเดียม ท่ามกลางเสียงเชียร์อันหนาหูมหาศาล ผนวกกับระบบการขึ้นเกมรุกอันรวดเร็วจัดจ้านของดาวรุ่งและแกนหลักทัพช้างศึก คาดว่าจะเปิดฉากครองเกมกดดันทันทีและอาศัยจังหวะผิดพลาดของแผงหลังทีมเยือนชุดใหม่พังประตูขึ้นนำไปก่อนได้อย่างรวดเร็ว









ภาพรวมของทั้งสองทีม

ทีมชาติไทย

ทีมชาติไทย จะเปิดสนาม บีจี สเตเดียม ต้อนรับการมาเยือนของ ทีมชาติคูเวต ในเกมกระชับมิตรวันศุกร์นี้ ซึ่งถือเป็นการพบกันครั้งแรกของทั้งสองทีมในรอบ 12 ปี โดยสถิติที่ผ่านมา ทีมชาติคูเวต เป็นฝ่ายเหนือกว่าชัดเจนด้วยการชนะ 6 จาก 8 นัดที่เคยพบกัน ขณะที่ ทีมชาติไทย ชนะได้เพียงครั้งเดียว และเสมอกัน 1-1 ในการเจอกันครั้งล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2014 อย่างไรก็ตาม ทีมชาติไทย กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างมั่นคงในการจัดอันดับโลกของฟีฟ่า ซึ่งปัจจุบันรั้งอันดับ 93 ของโลก และยังคงรักษาโมเมนตัมอันยอดเยี่ยมเอาไว้ได้แม้จะมีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าผู้ฝึกสอน โดย แอนโทนี ฮัดสัน ที่เข้ามารับตำแหน่งต่อจาก มาซาทาดะ อิชิอิ เมื่อเดือนตุลาคม 2025 พาทีมคว้าชัยชนะได้ทั้ง 3 นัดที่ลงคุมทีม ส่งผลให้ทีมชนะติดต่อกันเป็นนัดที่ 5 นับตั้งแต่แพ้ ทีมชาติอิรัก ในรอบชิงชนะเลิศ คิงส์คัพ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ฟอร์มอันร้อนแรงนี้เกิดจากความเฉียบคมในเกมรุกที่ยิงไปถึง 17 ประตูจาก 5 นัดดังกล่าว โดยความพ่ายแพ้เพียง 2 ครั้งจากการลงสนาม 9 นัดหลังสุด (ชนะ 7) นับตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว เกิดขึ้นในเกมที่พวกเขาทำประตูได้ไม่ถึงสองลูกเท่านั้น เกมนัดล่าสุดของพวกเขาสภาพสนามเกิดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม โดยเอาชนะ ทีมชาติเติร์กเมนิสถาน 2-1 คว้าแชมป์กลุ่มดี ในการแข่งขัน เอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก รอบสาม พร้อมตีตั๋วไปเล่นรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 9 ในประวัติศาสตร์ เกมนี้รวมถึงเกมที่จะพบกับ ทีมชาติจีน ในวันอังคารหน้า จึงเป็นเสมือนการเตรียมความพร้อมก่อนลุยศึก อาเซียน แชมเปียนชิพ ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งทีมตั้งเป้าจะคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 8 สำหรับสภาพความพร้อมของทีม แอนโทนี ฮัดสัน ได้เรียกตัวผู้เล่น 23 คนมาติดทีม โดยผสมผสานระหว่างผู้เล่นอายุน้อยและผู้เล่นเก๋าเกม พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ พีรวัฒน์ อรรคธรรม, วาริส ชูทอง, เอราวัณ การ์นิเยร์ และ ธีรภัทร ปรือทอง มีลุ้นลงสนามนัดแรกในนามทีมชาติ ไฮไลท์สำคัญคือการเรียกตัวกองหน้าจอมเก๋าอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา กลับมาติดทีมอีกครั้งในรอบสองปี โดยดาวยิงรายนี้หวังจะลงสนามเพื่อเพิ่มสถิติจากเดิมที่ทำไว้ 128 นัด และไล่จี้สถิติสูงสุดตลอดกาลของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่ทำไว้ 134 นัด ฟอร์มการเล่นล่าสุดในเกมกระชับมิตรของ ทีมชาติไทย คือ ชนะ เสมอ เสมอ ชนะ ชนะ ชนะ ส่วนฟอร์มการเล่นในทุกรายการคือ แพ้ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ


คาดการณ์ผู้เล่นที่จะลงสนาม

ทีมชาติไทย

ผู้รักษาประตู: ปฏิวัติ คำไหม

กองหลัง: นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, ณัฐพงษ์ สายริยา, มานูเอล ทอม เบียรห์, ศุภนันท์ บุรีรัตน์

กองกลาง: สารัช อยู่เย็น, วีระเทพ ป้อมพันธุ์,

แนวรุก :  เสกสรรค์ ราตรี, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, สุรชาติ สารีพิมพ์

แนวรุก :  ธีรศักดิ์ เผยพิมาย
 

ทีมชาติคูเวต

หลังจบเกมนี้ ทีมชาติคูเวต มีคิวจะลงสนามพบกับ ทีมชาติโอมาน ในสัปดาห์หน้า ซึ่งเกมกระชับมิตรทั้งสองนัดนี้เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับศึก อาหรับกัลฟ์คัพ ในเดือนกันยายน หลังจากที่พวกเขาต้องพลาดโอกาสไปเล่นฟุตบอลโลกเนื่องจากจบอันดับบ๊วยของกลุ่มบี ในรอบคัดเลือกรอบสาม ทางด้านหัวหน้าผู้ฝึกสอนอย่าง เฮลิโอ ซูซา ที่เข้ามารับงานหลังจากความล้มเหลวดังกล่าวเพื่อกู้สถานการณ์ เพิ่งพาทีมชนะเพียง 2 นัดจากการคุมทีม 9 นัด (เสมอ 3 แพ้ 4) นับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม สถิตินี้ก็ยังเท่ากับจำนวนนัดที่พวกเขาชนะใน 24 เกมก่อนที่กุนซือชาวโปรตุเกสจะย้ายเข้ามา ในส่วนของเกมรุกพวกเขามีการพัฒนาขึ้นชัดเจนภายใต้การนำทีมของ เฮลิโอ ซูซา โดยทำประตูได้ติดต่อกันใน 6 เกมหลังสุด รวมทั้งหมด 11 ประตู ทว่าเกมรับกลับมีปัญหาเมื่อเสียไปถึง 12 ประตู และโดนยิงอย่างน้อยสองประตูถึง 4 จาก 6 นัดดังกล่าว ซึ่งรวมถึงเกมล่าสุดที่แพ้ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 3-1 เมื่อเดือนธันวาคม ส่งผลให้จบอันดับสุดท้ายของกลุ่มในศึก ฟีฟ่า อาหรับ คัพ แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลยในรอบแบ่งกลุ่มของทัวร์นาเมนต์เมื่อช่วงฤดูหนาว แต่พวกเขายังคงมองโลกในแง่ดีที่จะหยุดสถิติไร้ชัย 3 นัดติดในการเจอกับคู่แข่งที่พวกเขามีสถิติข่มมาโดยตลอด ซึ่งผลการแข่งขันที่ดีจะช่วยให้พวกเขาขยับขึ้นจากอันดับ 134 ในการจัดอันดับโลกของฟีฟ่า สำหรับสภาพทีม เฮลิโอ ซูซา เรียกผู้เล่น 26 คนมาติดทีม โดยเน้นสายเลือดใหม่จากสโมสรในลีก อาทิ อับดุลลาห์ อัล-อาวาดิ, อับดุลลาห์ อัล-กูรซาอี, ยูสเซฟ อัล-ฮาซาน, อาลี ฮัสซัน และ บันดาร์ อัล-บาราซี นอกจากนี้ทีมยังได้ผู้เล่นที่เคยถูกมองข้ามกลับมาสู่ทีมอีกครั้ง ได้แก่ อับดุลราห์มาน อัล-ฟาดลี, มาห์ดิ ดัชติ, จาเซม อัล-มาตาร์, มุนตาเซียร์ อับดุล ซาลาม, ฟาวาซ อัล-มูไบเลช และ โมฮัมเหม็ด คาเลด อย่างไรก็ตาม ไม่มีชื่อของแกนหลักจากชุด อาหรับ คัพ อย่าง สุไลมาน อับดุลกาฟูร์, อาเหม็ด อัล-ดาฟิรี, สุลต่าน อัล-อันซี, ฟาวาซ อัยยาด, ฮัสซัน ฮัมดัน, อัดบี ชิฮาบ, โมฮัมเหม็ด อัล-ชาริฟี และ มูอาธ อัล-โอไซมี ที่ถูกตัดชื่อออกจากทีมชุดเดินทางครั้งนี้ ฟอร์มการเล่นล่าสุดในเกมกระชับมิตรของ ทีมชาติคูเวต คือ แพ้ เสมอ แพ้ แพ้ ชนะ เสมอ ส่วนฟอร์มการเล่นในทุกรายการคือ ชนะ เสมอ ชนะ เสมอ แพ้ แพ้
 

คาดการณ์ผู้เล่นที่จะลงสนาม

ทีมชาติคูเวต

ผู้รักษาประตู: คาเลด

กองหลัง: ซามี, ฟาฮัด, ราชิด, บันดาร์

กองกลาง: อาเหม็ด, ฟาฮัด, เรดฮา

แนวรุก: ชาบาอิบ, ยูเซฟ, โมฮัมหมัด
 

วิเคราะห์คาดการณ์

ทีมชาติไทย กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมภายใต้การคุมทีมของ แอนโทนี ฮัดสัน ด้วยผลงานชนะรุกฆาต 5 นัดติดต่อกันในทุกรายการ และมีความเฉียบคมในการพังประตูอย่างมาก โดยยิงไปถึง 17 ประตูจาก 5 เกมหลังสุด อีกทั้งเพิ่งฉลองการผ่านเข้ารอบสุดท้ายศึก เอเชียนคัพ 2027 มาได้ด้วยการชนะ ทีมชาติเติร์กเวนิสถาน 2-1 ในขณะที่ ทีมชาติคูเวต ภายใต้การนำของ เฮลิโอ ซูซา กำลังประสบปัญหาฟอร์มตกอย่างต่อเนื่อง ไม่ชนะใครมา 3 นัดติดต่อกัน และเพิ่งตกรอบแบ่งกลุ่มศึก ฟีฟ่า อาหรับ คัพ ด้วยการจบบ๊วยของกลุ่ม แม้ว่าสถิติการเจอกันในอดีตทางฝั่งผู้มาเยือนจะเหนือกว่ามากจากการชนะ 6 จาก 8 นัด แต่นั่นเป็นข้อมูลเก่าเมื่อ 12 ปีที่แล้ว ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยทีมเยือนมีจุดอ่อนสำคัญที่เกมรับ ซึ่งเสียไปถึง 12 ประตูจาก 6 เกมหลังสุด และโดนเจาะตาข่ายอย่างน้อย 2 ลูกถึง 4 นัด แม้ว่าเกมรุกของพวกเขาจะทำประตูได้ต่อเนื่อง 6 เกมติดก็ตาม แต่เมื่อต้องมาเจอกับความมั่นใจและระบบทีมที่ลงตัวของเจ้าบ้านที่กำลังเตรียมทีมลุยศึก อาเซียน แชมเปียนชิพ คาดว่าแนวรุกที่ดุดันของเจ้าถิ่นจะสามารถเจาะตาข่ายแผงหลังที่หละหลวมของทีมเยือนได้อย่างไม่ยากเย็น และน่าจะเป็นฝ่ายเก็บชัยชนะในถิ่นของตัวเองไปได้สำเร็จ
 

ทีมชาติไทย 2-1 ทีมชาติคูเวต
 

ข้อมูลที่น่าสนใจ

ทีมชนะ: ทีมชาติไทย - จากสถิติการชนะ 5 นัดติดต่อกันในทุกรายการและฟอร์มการเล่นที่กำลังมั่นใจอย่างมากภายใต้การคุมทีมของ แอนโทนี ฮัดสัน สวนทางกับ ทีมชาติคูเวต ที่ไม่ชนะใครมา 3 นัดซ้อนและมีปัญหาในเกมรับที่เสียประตูง่าย

สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง - ทีมชาติไทย ยิงประตูได้ถึง 17 ลูกจาก 5 นัดหลังสุด ขณะที่ ทีมชาติคูเวต มีสถิติเกมรับค่อนข้างเสียประตูเยอะ โดยโดนยิงอย่างน้อย 2 ประตูถึง 4 จาก 6 เกมหลังสุด แต่ในขณะเดียวกันทีมเยือนก็ยิงประตูได้ต่อเนื่อง 6 นัดติดต่อกัน ทำให้เกมนี้น่าจะมีประตูเกิดขึ้นรวมกันเกิน 2.5 ลูก

Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ - ทีมชาติคูเวต มีสถิติการพังประตูที่ยอดเยี่ยมภายใต้การคุมทีมของ เฮลิโอ ซูซา โดยยิงประตูได้ทุกนัดใน 6 เกมหลังสุด ส่วน ทีมชาติไทย เองก็มีเกมรุกที่ดุดันเฉียบคมอย่างมาก จึงมีโอกาสสูงที่ทั้งสองทีมจะสามารถทำประตูได้ในเกมนี้

ทีมได้ประตูแรก : ทีมชาติไทย - ด้วยความได้เปรียบจากการเล่นในบ้านที่สนาม บีจี สเตเดียม ประกอบกับฟอร์มการเล่นที่กำลังร้อนแรงและลงตัวในเกมรุก น่าจะทำให้เจ้าถิ่นเป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้าใส่และทำประตูขึ้นนำทีมเยือนที่มีเกมรับหละหลวมได้ก่อน

Logo